ชัยชนะที่แท้จริงอันยาวนานของ “แม็กซ์ เวอร์สแตปเพ็น” ศึกออสเตรียนกรังด์ปรีซ์

0
480

“แม็กซ์ เวอร์สแตปเพ็น” ผู้ที่ได้รับชัยชนะในศึกออสเตรียนกรังด์ปรีซ์ แต่เมื่อถึงเวลาประกาศผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการ ผู้คนก็แทบจะออกจากสนามกันหมดแล้ว

สำหรับกีฬาที่มีความเร็วและทุกอย่างที่มันดูรวดเร็วไปหมด กับการต้องมานั่งรอผลอย่างเป็นทางการของผู้ชนะการแข่งขันดูแล้วมันรู้สึกจะขัดหูขัดตาไปสักหน่อย

เวลากว่าสามชั่วโมงที่ผ่านไปหลังจาก “แม็กซ์ เวอร์สแตปเพ็น”​ ซิ่งรถผ่านธงตราหมากรุก แล้วเข้าถึงได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการว่าเขาคือผู้ชนะการแข่งขัน ส่วนหนึ่งต้องรับว่ากีฬานี้มีกติกาหยุมหยิมอยู่มากมาย  แต่สุดท้ายแล้ววิธีการดำเนินงานของ Formula 1 ไม่ได้ทำให้การทำงานของพวกเขาง่ายขึ้นเลยแม้แต่นิดเดียวเมื่อเทียบกับระบบ VAR ของฟุตบอล ยังสามารถทำงานได้อย่างรวดเร็วเมื่อเทียบกับกระบวนการตรวจสอบของ Formula 1

การแข่งขันที่ออสเตรียนั้นเป็นเรื่องที่ตื่นเต้น “เวอร์สแตปเพ็น” ของทีมเรดบูล ผู้ซึ่งออกสตาร์ทในตำแหน่งโพล แต่หล่นไปอยู่อันดับ 7 เมื่อไฟแดงดับลง

หลังจากนั้นก็สามารถกลับขึ้นมาสู้กับ “ชาร์ล เลอแคลร์” เพื่อแย่งชิงชัยชนะกันอย่างสุดมัน จนมาถึงเหตุการณ์สำคัญอย่างที่เราได้ทราบกันไปแล้ว เหลืออีกประมาณสองรอบสุดท้ายในโค้งสาม เกิดการเบียดกันแต่ไม่ถึงกับชน ทำให้ “เลอแคลร์” ต้องหลุดออกไปนอกแทร็ค แต่โชคดีไม่มีรถใครเป็นอะไร

ด้านคณะกรรมการประกาศแทบจะทันทีว่าจะมีการสอบสวนเหตุการณ์ที่ขึ้นหลังจากการแข่งขัน การแข่งขันจบลงเมื่อเวลา 16.32 น. ตามเวลาท้องถิ่น แต่ทาง FIA ประกาศผลการแข่งขันอย่างเป็นทางการเมื่อเวลา 19.47 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใช้เวลาถึง 3 ชั่วโมง 15 นาที โดยสรุปว่าไม่มีนักแข่งคนไหนมีความผิด เป็นความสวยงามของการแข่งขัน

แน่นอนระดับ Stewards หรือคณะกรรมการของ FIA มีแต่ผู้ที่มีประสบการณ์โชคโชนมาแล้วนับไม่ถ้วน ยกตัวอย่างเช่น “ทอม คริสเตนเซน” ตัวแทนนักแข่งผู้มีประสบการณ์ชนะการแข่งขันเลอม็องถึง 9 ครั้ง รวมไปถึง Stewards สาวสวยอย่าง “ซิลเวียร์ เบลลอต” สำหรับการตีความกฎระเบียบของ FIA จะมีผู้เชี่ยวชาญเฉพาะอย่าง “นิช เชตตี้” ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ FIA 

อย่างไรก็ตามด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเหลือเพียงการแข่งขันไม่กี่รอบทำให้การตัดสินนั้นถูกเลื่อนออกไปจนกว่ารถทุกคันจะผ่านธงหมากรุก และใช้เวลาในการตรวจสอบพร้อมทั้งพูดคุยกับนักแข่งทั้งสองคน

ทันทีหลังจบการแข่งขันนักแข่งทั้งสามอันดับแรกจะต้องทำการให้สัมภาษณ์บริเวณ parc fermé รวมทั้งจะต้องผ่านกระบวนการรับถ้วยรางวัล และฉลองเชมเปญ สิ่งนี้คือสิ่งที่จะต้องทำ เพราะว่ามีการถ่ายทอดสดเผยแพร่ไปทั่วโลก ฉะนั้นจะต้องบริหารจัดการเวลาให้เป็นไปตามตาราง

แน่นอนว่าทั้ง “เวอร์สแตปเพ็น” และ “เลอแคลร์” จะต้องรอไปจนกว่าพิธีการเสร็จสิ้น ซึ่งเวลาจริงๆ ที่ทั้งสองต้องเข้าห้องเย็นก็คือ 18.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น นั่นอาจจะเรียกได้ว่าเป็นการเริ่มต้นกระบวนการอย่างแท้จริง จนเวลาล่วงเลยมาประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที ซึ่งเป็นเวลาในการหาข้อสรุปเกี่ยวกับเรื่องนี้

การแข่งขัน Formula 1 ณ ตอนนี้จะต้องมีความชัดเจนภายใต้กฎกติกาที่ละเอียดอ่อน ซึ่งการตีความและการใช้กฎกติกาของพวกเขากลายเป็นงานที่มีความซับซ้อนเป็นอย่างมาก จะต้องมีการตรวจสอบอย่างละเอียดของแหล่งข้อมูลที่หลากหลาย จนนักแข่งและผู้บริหารทีมหลายคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าบางครั้งกีฬาก็ถูกควบคุมมากเกินไป

อ่านข่าว Formula 1 เพิ่มเติม

ทิ้งคำตอบไว้

Please enter your comment!
Please enter your name here