[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง “ยาง” ตอนที่ 1

0
1888
[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง

รถยนต์สูตร 1 หรือ F1 นอกจาการออกแบบที่ทันสมัยของตัวรถแล้ว อีกทั้งเมื่อพิจารณาถึงความพยายามในการลงทุนพัฒนาเรื่องอากาศพลศาสตร์  รวมทั้งเครื่องยนต์ เป็นการผสมผสานหลายศาสตร์เข้าด้วยกัน แต่ต้องไม่ลืมว่า “ยาง” ก็เป็นตัวแปรสำคัญ เพราะยางเป็นส่วนเดียวที่เป็นตัวเชื่อมต่อระหว่างตัวรถกับแทร็ก

ปกติแล้วรถโดยเฉลี่ยหากมียางที่ดีจะสามารถแข่งขันได้ดีด้วย แต่หากยางไม่ดีพอแล้วถึงรถคันนั้นจะมีเครื่องยนต์สุดยอดเพียงใดก็ไม่่สามารถทำได้อย่างเต็มกำลังของเครื่องยนต์ ในสัปดาห์ของการแข่งขันทุกทีมต้องการใช้ยางที่สดใหม่ และระมัดระวังในการใช้ยางเพื่อให้พวกเขามียางที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการแข่งขัน

ถึงแม้จะมีการพัฒนาสิ่งต่างๆ ไปมากมาย แต่ยางก็ยังคงเป็นและถนนยังคนเป็นสิ่งที่ใกล้ชิดอยู่ดี ยางของถนนธรรมดาบนท้องถนนถูกออกแบบมาให้มีการใช้งานได้โดยทั่วไปประมาณ 16,000 กิโลเมตร

ปัจจุบันยางของรถ F1 ถูกออกแบบมาให้มีอายุการใช้งานระหว่าง 60 กิโลเมตร ถึง 120 กิโลเมตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับองค์ประกอบอะไรอีกหลายๆ อย่าง เช่น น้ำหนักรถ สภาพแทร็ก ยางสำหรับรถ F1 นั้นถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อรองรับแรงกดที่เกิดขึ้นมากกว่ารถทั่วไปตามท้องถนน ซึ่งในรถ F1 จะมีแรง G กดลงถึง 4 – 5G

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 1

ยางรถแข่งถูกสร้างขึ้นจากการผสมผสานของยางธรรมชาติและยางสังเคราะห์ที่นุ่มนวล ซึ่งให้การยึดติดที่ดีที่สุดกับพื้นผิวของแทร็กสนามแขงขัน หากลองมองไปที่แทร็กการแข่งขันเมื่อการแข่งขันเสร็จสิ้นคุณจะเห็นเศษของยางมากมายกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นแทร็ก

ชนิดของยางที่ใช้ในการแข่ง F1

ตอนนี้มีเพียงผู้ผลิตยางรายเดียวที่ผูกขาดทั้งฤดูกาล คือ Pirelli ส่วนขนาดของยางรถ F1 ด้านหน้ามีขนาด 305/670-13 และด้านหลังมีขนาด 405/670-13 และชนิดของยางที่ทางผู้ผลิตได้ทำออกมาให้ทีมแข่งเลือกใช้มีทั้งหมดดังนี้

 1. ยาง  HYPERSOFT (สีชมพู)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 2

เป็นยางรุ่นใหม่ ปี 2018 ตั้งชื่อตามที่แฟนๆ ใน Social Media ได้โหวตกัน เป็นยางที่นุ่มที่สุดเท่าที่ Pirelli เคยผลิตมาก่อน ได้มีการทดสอบยางชนิดนี้ครั้งแรก ปี 2017 ใน Abu Dhabi Grand Prix จน “ลูอิส แฮมิลตัน” เรียกว่าเป็นยางที่ดีที่สุดของ Pirelli ยางชนิดนี้เหมาะกับสนามที่ต้องการการยึดเกาะที่สูง แต่อายุการใช้งานก็มีอายุสั้นกว่าชนิดอื่นๆ อีกด้วย

2. ยาง ULTRASOFT (สีม่วง)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 3

ยางชนิดนี้ออกแบบมาเพื่อใช้งานใช้งานในสนามที่มีความคดเคี้ยวที่เน้นการยึดเกาะ เป็นยางนุ่มอีกชนิดหนึ่ง เป็นยางที่ร้อนเร็ว สามารถรีดประสิทธิภาพของรถออกมาได้อย่างสูงสุด แต่การใช้งานค่อนข้างจำกัด อีกทั้งใช้งานได้ไม่นาน และยาง Ultrasoft ไม่เหมาะกับการใช้ในการคลอลิฟาย สำหรับสีม่วงเป็นสีที่ได้รับการโหวตจากแฟนๆ ใน Social Media

3. ยาง SUPERSOFT (สีแดง)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 4

ยางชนิดที่สามนี้เหมาะสำหรับการใช้งานในสนามที่มีโค้งมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสภาพอากาศที่เย็นกว่าปกติ เป็นยางอีกชนิดที่ร้อนเร็ว เหมาะแก่การคลอลิฟายเป็นอย่างยิ่ง แต่ก็หมดไวเหมือนกัน

4. ยาง SOFT (สีเหลือง)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 5

ยางชนิดนี้เป็นยางยอดฮิตที่่นักแข่งชอบใช้มากที่สุด เนื่องจากทั้งประสิทธิภาพที่ดีและความทนทานทำให้ช่วยในการแข่งขันได้มาก สามารถทำความเร็วได้และวิ่งได้ระยะทางที่ไกล แต่อย่างไรก็ตามยางชนิดนี้มักจะใช้ในช่วงแรกของการแข่งขันเพื่อสร้างความได้เปรียบให้กับทีม และใช้เป็นยางสำหรับช่วงท้ายการแข่งขัน สำหรับยาง Soft สามารถใช้งานได้ยาวนาน

5. ยาง MEDIUM (สีขาว)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 6

เป็นยางที่ออกแบบมาให้มีความสมดุลทั้งในเรื่องของสมรรถนะและความทนทาน เรียกได้ว่าเป็นยางอเนกประสงค์

6. ยาง HARD (สีฟ้า)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 7

เป็นยางชนิดทนทานที่ 2 ของ Pirelli ถูกออกแบบมาเพื่อใช้ในสนามที่ต้องใช้ยางที่มากๆ ใช้สำหรับสนามที่มีอุณหภูมิสูง เวลาในการวอร์มยางนาน มีความทนทานสูง และใช้งานได้ยาวนาน

7. ยาง SUPERHARD (สีส้ม)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 8

ยางทนทานสุดๆ ชนิดนี้ถูกนำมาเพื่อเป็นอีกทางเลือกในปี 2018 ให้นักแข่งได้เลือกใช้ เดิมสีส้มเป็นสีที่บ่งบอกว่ายางชนิดนั้นทนทานที่สุด แต่ก่อนเป็นยาง HARD แต่ปัจจุบันกลายเป็น SUPERHARD ไปแล้ว

8. ยาง INTERMEDIATE (สีเขียว)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 9

เป็นยางกึ่งเปียกกึ่งแห้ง สามารถรีดน้ำได้สูงสุด 25 ลิตรต่อวินาทีด้วยความเร็วสูงสุด สามารถใช้สภาพสนามทั้งแบบเปียกและแบบแห้ง

9. ยาง WET (สีฟ้า)

[Formula 1 Tips] ว่าด้วยเรื่อง "ยาง" ตอนที่ 1 10

ยาง WET เป็นยางชนิดสุดท้ายที่จะพูดถึงกันในวันนี้ สำหรับใช้กับสภาพสนามที่มีฝนตก เปียก แฉะ สามารถรีดน้ำได้ 65 ลิตรต่อวินาทีที่ความเร็วสูงสุด

อ่านมาถึงตรงนี้คงทำให้สามารถเข้าใจเกี่ยวกับยางได้มากขึ้น เป็นการเพิ่มอรรถรสในการดู F1 สำหรับครั้งต่อไป จะมาพูดถึงกฎการใช้ยางกันว่าการแข่งรถ F1 มีกฎการใช้ยางอย่างไรบ้าง รอติดตามกันนะครับ

ขอบคุณข้อมูลจาก : F1 และ Pirelli

Facebook Comments